home
                                                                                                                                                                       Enjoy Guangzhou  | หน้าแรก

  ::  Hot Link
  :: เช็คสภาพอากาศ
  :: เที่ยวกวางเจา
  :: งานแสดงสินค้า
  :: อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
  :: สิ่งที่ห้ามนำเข้า
  :: กรมศุลกากร
  :: คำจีนใช้บ่อย
  :: กรมส่งเสริมการส่งออก
  :: ปัญหาเรื่องพิกัด
  :: เช็คเรือเข้า-ออก
  :: รายงานทางการค้า
  :: เช็คสินค้าในจีน
  :: China.com

<::: เที่ยวกวางเจาอย่างไรให้สนุก :::>

สถานที่ท่องเที่ยวในกวางเจา

กวางโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตง(กวางตุ้ง) จัดเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศจีน ตั้งอยู่ใกล้เกาะไห่หนัน(ไหหลำ) มาเก๊า และฮ่องกง อีกทั้งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมลุ่มน้ำจูเจียง(จูซันเจี่ยว) ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและ ‘ประตูการค้า’ ที่สำคัญของจีนตอนใต้

ประวัติศาสตร์เมือง

เมืองกวางโจวมีประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่า 2,200 ปี แรกเริ่มเดิมทีชื่อว่า ‘ฉู่ถิง’ เพราะชนพื้นเมืองชาว ไป่เยี่ยว มีการติดต่อไปมาหาสู่กับแคว้นฉู่ สมัยฉินสื่อหวง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ (214 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ได้รวบรวมพื้นที่แถบ ‘หลิ่งหนัน แล้วตั้งเป็น ‘เขตปกครองหนันไห่จวิ้น ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณเขตพันอี๋ว์ในกว่างโจว

ต่อมาสมัยสามก๊ก ซุนกวนได้แบ่งเขตปกครองใหม่ จึงได้ชื่อ‘กว่างโจว’เมื่อปี ค.ศ.226 และได้รับการสถาปนาเป็นเมืองกว่างโจวอย่างเป็นทางการตามระบบแบ่งเขตการปกครองใหม่เมื่อปี ค.ศ.1921


‘หินสลักแพะทั้ง 5 ตัว’ สัญลักษณ์เมืองกวางโจว

                                


กวางโจวยังมีชื่อเล่นว่า ‘หยังเฉิง หรือ เมืองแพะ’ และ ‘ซุ่ยเฉิง หรือ เมืองแห่งรวงข้าว’

เล่าขานกันว่า สมัยราชวงศ์โจว(ศตวรรษที่11 ก่อนคริสตกาล -771 ปี ก่อนคริสตกาล) เทวดา 5 องค์ทรงแพะประทับบนก้อนเมฆหลากสี เสด็จมาเหนือท้องฟ้าทะเลจีนใต้ แต่ละองค์ทรงถือรวงข้าวไว้ในพระหัตถ์ และประทานเป็นของขวัญแก่ทวยราษฎร์ พร้อมประทานพรให้ดินแดนแห่งนี้มีผลผลิตอุดมสมบูรณ์ แคล้วคลาดจากความอดอยากยากแค้น จากนั้น ก็เสด็จหายไป คงเหลือไว้แต่เพียงแพะทั้ง 5 ตัว อันกลายเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจวมาจนทุกวันนี้ โดยมีอนุสรณ์ ‘หินสลักแพะทั้ง 5 ตัว’ อยู่ในสวนสาธารณะเยี่ยว์ซิ่ว

กวางโจวเป็นเมืองเจริญรุ่งเรื่องมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉินและฮั่น จนกลายเป็นเมืองท่าตั้งต้นของ ‘เส้นทางสายไหม’มาถึงยุคราชวงศ์ถัง ซึ่งถือเป็นเมืองท่าแห่งแรกของแดนมังกรที่มีการติดต่อการค้ากับต่างประเทศและยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น กวางโจวยังเป็นพื้นที่ส่วนแรกๆ ที่รัฐบาลจีนเริ่มใช้ ‘นโยบายเปิดกว้าง’ อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพเป็นอันดับ 3 จากบัญชีรายชื่อ 10 เมืองใหญ่ของจีน ตลอดจนเป็นเมืองแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่สำคัญอีกด้วย

ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ทางตะวันออกของเมืองกว่างโจว เป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาสำคัญ


หลังรัฐบาลมังกรดำเนินนโยบายเปิดกว้าง ปี 1985 ได้ตั้ง เขตพัฒนากวางโจว ขึ้นทางตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นภูมิยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางของ 3 ดินแดน คือ เมืองกว่างโจว ฮ่องกง และมาเก๊า ใช้เวลาเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วเขต จูซันเจี่ยวไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเดินทางจากท่าเรือเมืองกวางโจวไปยังท่าเรือฮ่องกง


นอกจากนั้น ในเดือนพฤษภาคม 1993 รัฐบาลกลางยังมีมติตั้ง ‘เขตพัฒนาหนันซา ขึ้นอีกแห่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของกวางโจว บริเวณปากทางออกทะเลของแม่น้ำจูเจียง สามารถเดินทางถึงเมืองต่างๆ ของจูซันเจียวได้ในรัศมี 100 กิโลเมตร มีเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สะดวกสบาย โดยห่างจากฮ่องกงเพียง 38 ไมล์ทะเล(70.3 กิโลเมตร) ห่างจากมาเก๊า 41 ไมล์ทะเล(75.85 กิโลเมตร) แถมยังรายล้อมด้วยสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ 5 แห่งในเมืองกวางโจว เซินเจิ้น จูไห่ ฮ่องกง และมาเก๊า

ดังนั้น จึงถือเป็นฐานยุทธศาสตร์การค้าสำคัญอีกแห่ง ที่มีศักยภาพขยายตลาดได้สูง ด้วยประชากรที่มากถึง 40 ล้านคน ทั้งยังเป็นประตูเชื่อมไปสู่การเจาะตลาดในแผ่นดินมังกร

อุตสาหกรรมและการค้า


ที่ผ่านมา กวางโจวได้ชื่อว่าเป็นเขตอุตสาหกรรมที่รุดหน้ากว่าพื้นที่อื่นของประเทศในหลายด้าน โดยมีเป้าหมายยกระดับศักยภาพการแข่งขันของ 7 อุตสาหกรรมหลักให้เจริญรุดหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป อันได้แก่ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่ง (รถยนต์-เรือ-โลจีสติกส์) ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ละเอียด อิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ เหล็กและเหล็กกล้า เวชภัณฑ์ และสิ่งทอ



บอนไซสไตล์กวางตุ้งอันเลื่องชื่อ



นอกจากนั้น กว่างโจวยังมีสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา คือ รถกระบะ-รถจักรยานยนต์-เรือขนส่งสินค้า อุปกรณ์ไฟฟ้า โลหะหลอม เครื่องจักรกล อุปกรณ์ก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมเบาต่างๆ

กว่างโจวได้ชื่อว่าเป็น ‘ถิ่นผลไม้’ เนื่องจากเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้เมืองร้อนระดับแนวหน้าของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลิ้นจี่ ลำไย กล้วยหอม มะละกอฮาวาย และมะเฟือง ฯลฯ

พร้อมกันนั้น ‘บอนไซ ดอกไม้และหญ้าประดับ’ ของกว่างโจวยังมีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย โดยเน้นที่ ต้นไม้ใบสวย-ไม้กระถางสำหรับปลูกในอาคาร ดอกไม้สด และบอนไซสไตล์กวางตุ้ง โดยไม้ร่มใบสวยกว่าครึ่งค่อนประเทศจีนล้วนมาจากที่กว่างโจว ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตเพื่อส่งออกไปยังยุโรป


สถานที่จัดงาน 'กว่างเจียวฮุ่ย'


ตั้งแต่ปี 1957 เป็นต้นมา กว่างโจวมีการจัดงานเจรจาธุรกิจและแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า ‘กว่างเจียวฮุ่ย’ หรือ Canton Fair ซึ่งเป็นเวทีพบปะสำหรับผู้ประกอบการหลากหลายประเภททั้งจีนและต่างชาติ เปิดโอกาสให้พูดคุยทางธุรกิจ เจรจาระดมทุน แนะนำองค์กร และนำเสนอสุดยอดสินค้า นวัตกรรม การค้นคว้าและวิจัยสู่สาธารณะชน

‘กว่างเจียวฮุ่ย’ จัดขึ้นเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ราวกลางเดือนเมษายนและตุลาคมของทุกปี ที่ศูนย์แสดงสินค้าผาโจว ถ.ซินกั่งตะวันออก ในเขตไห่จู ซึ่งมีเนื้อที่จัดงานถึง 540,000 ตารางเมตร โดยสถิติฤดูใบไม้ผลิปี 2004 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน 12,224 ราย 27,500 บูธ ครอบคลุมสินค้ากว่า 150,000 ชนิด มียอดตกลงซื้อขายกันกว่า 24,510 ล้านเหรียญสหรัฐ

สนามบินสุดไฮเทค 'ซินไป๋หยุน'


สำคัญเขตพัฒนาแห่งนี้ยังใกล้กับ ‘สนามบินซินไป๋หยุน’ ของกว่างโจว ซึ่งถือเป็นฮับทางอากาศระดับภูมิภาค ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 80 ล้านคนต่อปี ขนส่งสินค้าได้ถึง 2.5 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปยังสนามบินนานาชาติทั่วโลก อาทิ กรุงมะนิลา กรุงโตเกียว โอซาก้า กรุงเทพฯ สิงคโปร์ ซิดนีย์ เมลเบิร์น นิวยอร์ก และ ลอสแองเจลลิส ฯลฯ

ทั้งนี้ ในเขตพัฒนากวางโจว แบ่งเป็น 4 เขตย่อย คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี(GETDD) เขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค(GHIDZ) เขตอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อการส่งออก(GEPZ) และเขตปลอดภาษี(GFTZ)

เขตบุกเบิกเศรษฐกิจแห่งนี้เป็นศูนย์รวมผู้ประกอบการผลิตกว่า 700 ราย อาทิ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับจอภาพ(Optoelectronics) ชีวเวชศาสตร์ (Biomedical ) เหล็กชนิดพิเศษ รถยนต์ อาหาร-เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ละเอียด(Fine Chemical) รวมทั้งการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จนเกิดเป็นสายการผลิตที่ยิ่งใหญ่ เป็นปัจจัยหนุนให้กว่างโจวทันสมัยก้าวหน้าก่อนพื้นที่อื่นๆ ของจีน

การตัดกันของลำน้ำสายหลักและสายรองของแม่น้ำจูเจียงยังก่อให้เกิดเกาะเล็กๆ ขึ้น ภายในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งถูกพัฒนาเป็น ‘เกาะชีววิทยานานาชาติ มีพื้นที่เกาะรวม 1.8 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือเป็นศูนย์นิทรรศการนานาชาติ ทางใต้ติด ‘เมืองมหาวิทยาลัย’ บนเกาะมีสภาพแวดล้อมทางชีววิทยาชั้นยอด เหมาะแก่การพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างทางพันธุ์กรรม แพทย์แผนจีนทั้งแบบโบราณและยุคใหม่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และชีววิทยาที่ทันสมัย

      สนามบินใหม่ที่กวางเจา ใหญ่และสวยงามมากทางการออกแบบ เมื่อท่านออกมาแล้วสามารถที่จะนั่งแท๊กซี่
หรือว่า นั่งรถบัสที่คอยบริการไว้อย่างสะดวกสบายที่สุด รถบัสราคาประมาณ 14,15,16 หยวน. แล้วแต่ที่หมาย
ที่ท่านจะลง ส่วนแท๊กซี่ อยู่ประมาณ 105 หยวน. + ค่าทางด่วนแล้ว....
   
             

                                 
    ............................................................................................................................................................
        แหล่งท่องเที่ยวแหล่งแรกที่แนะนำ คือ

      1. Yue xiu Gong yuan (สวนสาธารณะ ยเว ซิ่ว กง หยวน)
ภายในจะเป็นสวนให้พักผ่อน หย่อนใจ รถเมล์ที่ผ่านได้แก่ สาย 7,24,30,110,209,555,833 เวลาทำการ
ตั้งแต่ 6:00-21:30 ค่าผ่านประตู 5 หยวน. Highlight ได้แก่ อนุสาวรีย์แพะ ที่มีความหมายถึงเมืองกวางเจา
ประวัติท่านไปหาอ่านได้ก่อนทางขึ้นนะครับ...(น่าสนใจทีเดียว)
       
                                                 
                                          รถไฟใต้ดิน ลงสถานี yue xiu gong yuan

      2. ซุน ยัด เซน memorial hall
สร้างเมื่อ ปี 1931 เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกวางเจา ที่คุณต้องไม่พลาด รถเมล์ที่ผ่าน 2,6,62,83,284A,
211,261,224 เวลาทำการ ตั้งแต่ 8:00-18:00 ค่าผ่านประตู 10 หยวน. รถไฟใต้ดินก็ลงสถานีนี้ได้เลย

                                    
   
      3. วัด Guang xiao
วัดใหญ่ในกวางเจา เดินทางสะดวก รถไฟใต้ดินก็ลงสถานี xi men kou ส่วนรถเมล์ก็สาย 29,31,38,42
ค่าผ่านประตู 4 หยวน. เวลาทำการ 6:00-15:30 (ขออะไร ก็จะได้นะครับ)

                                    

      4. วัด huang Da xian วัดนี้มีหลวงพ่อทองคำองค์ใหญ่ สงบเงียบ เย็นสบาย มีปลาทองให้ปล่อย และ
ท่านยังได้นมัสการหลวงพ่อ พร้อมทั้งได้เช่าสิ่งมงคลกลับบ้านอีกด้วย รถไฟใต้ดินที่อยู่ใกล้ที่สุดคือสถานี
Fang chun และท่านต้องเดิน หรือนั่งมอ,ไซด์รับจ้าง บอกไปวัด huang da xian ราคาก็ 3 หยวน.รวดเร็ว
บวกเสียวนิดหน่อย.

                                           

      5. พิพิธภัณฑ์ West Han Dynasty and Naiyue king
เป็นแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี ที่นี่ดีนะครับ สงบและให้ความรู้ได้มาก น่าศึกษา มีของวัตถุโบราณ และแหล่ง
ขุดค้นให้ท่านได้ชมอย่างจุใจ รถไฟใต้ดินก็ลงสถานี yue xiu gong yuan นั่นแหล่ะครับ ตรงข้ามกับแพะ
พอดีเลย รถเมล์ที่ผ่านก็ 5,211,273,552 ค่าผ่านประตู 12 หยวน. เปิดตั้งแต่ 9:00-17:30

                                             

     ............................................................................................................................................................
     นอกจากสถานที่ข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายแห่ง ที่น่าสนใจนะครับ..
      ............................................................................................................................................................

  
      Tourism website : www.ctcolcom,www.gzta.gov.cn,www.gzta.cn
      Area code : 020
      Guangzhou Tourism center : 388-21800
      Guangzhou Post Office: 185
      Police call : 110
      Consulate of Thailand in Guangzhou : 838-04277